"บิ๊กโจ๊ก" นำตำรวจบุกจับร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า 22 จุดทั่ว กทม.

"บิ๊กโจ๊ก" นำตำรวจบุกจับร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า 22 จุดทั่ว กทม.

"บิ๊กโจ๊ก" นำ ตร.สตม. ท่องเที่ยว สน.โคกคราม และชุด ศปอส. เข้าตรวจค้นร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ จำนวน 22 จุด แหล่งท่องเที่ยวใจกลางกรุงเทพฯ โดยเฉพาะตลาดคลองถม ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา จับได้ 30 ร้านค้า ผู้ต้องหา 23 คน มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท...

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 3 มี.ค.62 ที่ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา ถนนประดิฐมนูธรรม แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สตม. เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.โคกคราม และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ศปอส.ตร. แถลงผลการนำกำลังเข้าตรวจค้นร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ จำนวน 22 จุด ในแหล่งท่องเที่ยวใจกลางกรุงเทพฯ ได้ผู้ต้องหาพร้อมของกลางเป็นจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายประมาท1ล้านบาท

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ได้รับการประสานขอความร่วมมือจากสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติ เพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ว่าในปัจจุบันมีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์รวมทั้งน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก โดยมีการจำหน่ายตามทางสื่อออนไลน์ และตลาดนัดกลางคืนมากที่สุด เจ้าหน้าที่จึงได้ลงตรวจสอบตามตลาดนัดเช่น ตลาดคลองถม ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา เป็นต้น โดยสามารถจับกุมร้านที่กระทำความผิดได้จำนวน 30 ร้าน ผู้ต้องหาจำนวน 23 คน เป็นคนไทย 19 คน สัญชาติลาว 2 คน สัญชาติเมียนม่า 2 คน พร้อมของกลาง 4,025 รายการ แบ่งเป็นน้ำยา 2,856 ขวด เครื่องบุหรี่ไฟฟ้า 194 เครื่อง อุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้า 950 ชิ้น อุปกรณ์อื่นๆ25 รายการ

"ทั้งนี้ขอสื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ ไปยังประชาชนทั่วไปว่า การจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย พร้อมทั้งผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายต่อร่างกาย หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมให้สอบถามข้อมูลได้ที่ ศปอส.ตร.โทร 1155 หรือ ผ่านแอฟพลิเคชั่นไลน์(ศปอส.ตร.) หรือ ผ่านเฟซบุ๊ก(Facebook) ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล และสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติ เพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ โทร.0-2716-6961 กด 0, 0-2716-6661-4 ต่อ 6028 เพื่อดำเนินการนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย" ผบช.สตม.กล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา 8 ข้อหาคือ"1.ขายหรือให้บริการสินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าหรือตัวยา บารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า(มาตรา 36,56 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522) 2.ขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากโดยรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าการไม่มีฉลากนั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย(มาตรา 30,42 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522)" 3.ขายหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยฝ่าฝืนคำสั่งของรัฐมนตรีที่มีคำสั่งห้ามขายหรือนำเข้า(มาตรา 11 วรรค 3 พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535) 4.นำเข้าซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร (มาตรา 246 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560)

5.ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเสีย ซื้อรับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิด ตามมาตรา 242 ( มาตรา 246 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 ) 6.นำเข้าซึ่งสินค้าต้องห้าม ตามมาตรา 5(1) หรือ ฝ่าฝืนมาตรา 7(1) มาตรา (20) พ.ร.บ.การส่งออกฯ 7.มีไว้ในครอบครองและขาย หรือมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี หรือภาษีไม่ครบถ้วน ( มาตรา 203,204 พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ.2560 ) 8.เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ( มาตรา 8,110 วรรค 1 พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของต่างด้าว พ.ศ.2560 ) นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสน.ในพื้นที่รับผิดชอบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Credit : https://www.thairath.co.th/content/1510181
โดย ไทยรัฐออนไลน์4 มี.ค. 2562 01:36 น.


พิมพ์