Skip links

รามาฯ ร่วม 13 องค์กรย่านถนนพระราม 6 ยกระดับถนนปลอดบุหรี่มวน-บุหรี่ไฟฟ้า ปกป้องคนจากควันบุหรี่มือสอง

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ 13 องค์กรย่านถนนพระราม 6 จัดกิจกรรมรณรงค์ “ถนนพระราม 6 ปลอดบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้า” สร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยจากควันบุหรี่มือสองบนพื้นที่สาธารณะ

วันที่ 13 ก.พ. 2569 ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สํานักงานเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร และ 13 องค์กรย่านถนนพระราม 6 จัดกิจกรรมรณรงค์ “ถนนพระราม 6 ปลอดบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้า” ชูแนวคิดการแบ่งปันความรักด้วยอากาศบริสุทธิ์ มุ่งคุ้มครองสิทธิของผู้ไม่สูบบุหรี่ และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยจากควันบุหรี่มือสองบนพื้นที่สาธารณะ รวมถึงทางเดินเท้าที่มีคนสัญจรจํานวนมาก

ศาสตราจารย์คลินิก นพ.อาทิตย์ อังกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในฐานะสถาบันการแพทย์ที่ตั้งอยู่บนถนนเส้นนี้ เราตระหนักถึงอันตรายของควัน บุหรี่มือสองและละอองไอจากบุหรี่ไฟฟ้าที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ป่วย เด็ก และบุคลากรทางการแพทย์ที่สัญจรไปมา

การทําให้ถนนพระราม 6 ปลอดบุหรี่ จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคระบบทางเดินหายใจและโรคหัวใจ เฉียบพลัน ซึ่งเป็นภัยเงียบที่มากับอากาศที่เราหายใจร่วมกันในที่สาธารณะ

รองศาสตราจารย์ ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า การยกระดับถนนพระราม 6 ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสําคัญของการบริหารจัดการเมืองตามนโยบายสุขภาพดี (Healthy City) ของ กรุงเทพมหานคร เราเล็งเห็นว่าถนนเส้นนี้เป็นย่านนวัตกรรมสุขภาพที่มีโรงพยาบาลและสถานศึกษาหนาแน่น การปล่อยให้มีควันบุหรี่และละอองฝอยจากบุหรี่ไฟฟ้าในที่สาธารณะ เป็นการซ้ําเติมสุขภาพของผู้ป่วยและประชาชนที่สัญจรไปมา

นายอภิชาต แสนมาโนช ผู้อํานวยการเขตราชเทวี กล่าวว่า สํานักงานเขตราชเทวีมีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อน นโยบาย “มหานครปลอดบุหรี่” เพื่อก้าวไปสู่การเป็น Healthy City อย่างเต็มรูปแบบ ตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร การนําร่องที่ถนนพระราม 6 ซึ่งเป็นย่านสถาบันการแพทย์ที่สําคัญ ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการจัดการพื้นที่สาธารณะ โดยจะเน้นการจัดระเบียบทางเท้าและจุดรอรถโดยสารให้เป็นเขตปลอดบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างมีสุขภาวะที่ดี

เรืออากาศเอก นพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อํานวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า สารพิษในบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งปอด ซึ่งผู้ที่ได้รับควันมือ
สองมีความเสี่ยงไม่ต่างจากผู้สูบเอง การรณรงค์ครั้งนี้จึงเป็นการป้องกันตั้งแต่ต้นเหตุ เพื่อลดจํานวนผู้ป่วยรายใหม่ และสร้างค่านิยมใหม่ให้สังคมตระหนักว่าการไม่สูบบุหรี่ในที่สาธารณะคือการแสดงความรับผิดชอบต่อเพื่อนมนุษย์

ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยว่า ถนนพระราม 6
เป็นเส้นทางที่มีความสําคัญเชิงยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข เนื่องจากเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาล สถาบันวิจัย และสถานที่ราชการหลายแห่ง การทําให้ถนนสายนี้เป็น “ถนนปลอดบุหรี่” เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ในการปกป้องสิทธิของคนไม่สูบบุหรี่ ที่จะไม่ต้องได้รับควันบุหรี่มือสองในพื้นที่ทางเดินเท้าและจุดรอรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งมีประชาชนร้องเรียนมาทางช่องทางของสํานักงานเขตราชเทวีและทางโรงพยาบาลรามาธิบดี

“การรณรงค์ครั้งนี้มุ่งหวังเพื่อให้ถนนพระราม 6 เป็นพื้นที่ปลอดภัยสําหรับลมหายใจของทุกคน และหวังว่า “ถนนพระราม 6 ปลอดบุหรี่” เส้นนี้ จะเป็นต้นแบบถนนปลอดบุหรี่ของกรุงเทพมหานครต่อไป” นพ.ประกิต กล่าว

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการปักหมุดสัญลักษณ์ “ถนนปลอดบุหรี่” ตลอดเส้นทางถนนพระราม 6 เพื่อตอก ย้ำความปลอดภัยของประชาชนทุกคนในย่านการแพทย์ราชเทวี รวมถึงการเชิญชวนร้านค้าและสถานประกอบการริมทางร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวัง

ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 กําหนดให้พื้นที่ สาธารณะและทางเท้าเป็นเขตปลอดบุหรี่ ผู้ที่ฝ่าฝืนสูบบุหรี่มีโทษปรับทางกฎหมายไม่เกิน 5,000 บาท จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้สัญจรบนถนนพระราม 6 ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมไร้ควัน หากพบเห็นการสูบบุหรี่ใน พื้นที่ห้ามสูบ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่หรือช่วยกันรณรงค์อย่างสุภาพ เพื่อให้เกิดสังคมปลอดบุหรี่อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ Hfocus ได้สัมภาษณ์กลุ่มนิสิตสาขาการส่งเสริมสุขภาพ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่เป็นผู้ถือป้ายเดินนำขบวนรณรงค์ ว่าถ้ามีคนใกล้ชิดดูดบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า จะพูดอย่างไรเพื่อให้เลิกสูบ
นิสิตรายแรกกล่าวว่า จะบอกถึงข้อเสียของการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าให้เพื่อนฟังก่อน เพราะว่าในปัจจุบัน บางคนอาจจะไม่ได้มีความรู้มากพอ ว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวลจริงหรือเปล่า ทุกวันนี้ หลาย ๆ คนมีทัศนคติว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวล เนื่องจากมีควันและกลิ่นที่น้อยกว่า แต่ความจริง บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายมากกว่าบุหรี่มวลประมาณ 10 เท่า หรืออาจจะมากกว่านั้น แล้วแต่ชนิดหรือปริมาณนิโคตินที่อยู่ในน้ำยาบุหรี่นั้น ๆ

นิสิตรายที่สองกล่าวว่า จะทำการสอบถามเพื่อนก่อน ว่าทำไมถึงเลือกที่จะสูบบุหรี่ เพื่อนอาจจะมีปัญหา มีความเครียด จากนั้นมาช่วยกันแก้ปัญหา หาทางออกกัน

นิสิตรายที่สามกล่าวทิ้งท้ายว่า จะถามเพื่อนก่อนเหมือนกัน ว่ามีเหตุผลอะไรถึงเลือกสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า แค่อยากให้ดูดี อยากเท่ หรืออยากสูบแก้เครียด จากนั้นจะให้คำปรึกษาเพื่อน ว่าการสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง

Credit : https://www.hfocus.org/content/2026/02/37046

This website uses cookies to improve your web experience. | เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานเว็บของคุณ

Loading...
0%