ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการดำเนินงานควบคุมยาสูบโดยภาพรวมเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ หากแต่ประสิทธิผลของการดำเนินงานการควบคุมยาสูบในระดับจังหวัดยังไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนจากการที่ ศจย. ได้ทำการวิเคราะห์สถานการณ์การบริโภคยาสูบระดับจังหวัด ในปี พ.ศ.2544 พบว่ามีความแตกต่างของอัตราการสูบบุหรี่รายจังหวัด จังหวัดที่มีอัตราการสูบบุหรี่รวมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ หนองบัวลำภู ตาก แม่ฮ่องสอน กระบี่ และกาฬสินธุ์ อีกทั้งยังพบว่าอัตราการสูบบุหรี่ของประชาชนนอกเขตเทศบาลสูงกว่าในเขตเทศบาล อัตราการสูบบุหรี่ในระดับจังหวัดเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ยิ่งต่อการดำเนินงานควบคุมยาสูบ และการเฝ้าระวัง ด้วยเหตุนี้ ศจย. จึงได้พัฒนาโครงการอบรมพัฒนาสมรรถนะกำลังคนในการควบคุมยาสูบในระดับจังหวัด ทั้งนี้เพื่อให้บุคลากรสหสาขาวิชาชีพในระดับจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานควบคุมการบริโภคยาสูบในจังหวัดอย่างเป็นระบบ แนวคิดการพัฒนาสมรรถนะกำลังคนระดับจังหวัดอยู่บนฐานแนวคิดของการผสานพลังความหลากหลาย ให้เกิดการถักทอเครือข่ายควบคุมยาสูบในระดับจังหวัด อันประกอบด้วยนักวิจัย/นักวิชาการ นักวางแผนและประเมินผล ผู้ดูแลเรื่องการบังคับใช้กฎหมายควบคุมยาสูบ นักปฏิบัติในงานบริการเลิกบุหรี่และนักรณรงค์ ให้เป็นพลังที่เป็นรูปธรรมในรูปของแผนยุทธศาสตร์ในการควบคุมการบริโภคยาสูบในจังหวัด
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การเพิ่มสมรรถนะกำลังคนในการวิจัยเพื่อการควบคุมยาสูบในระดับจังหวัด” ได้จัดให้มีขึ้นในวันที่ 11-13 ธันวาคม พ.ศ.2550 มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถในการทำวิจัยเพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบให้กับนักปฏิบัติการและนักวิชาการที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการควบคุมยาสูบในระดับจังหวัด สร้างแกนนำคนทำงานควบคุมยาสูบให้เข้มแข็งมีประสิทธิภาพ และสามารถเป็นแกนนำในการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้รับไปยังเจ้าหน้าที่อื่นๆ รวมถึงการสร้างเครือข่ายการควบคุมยาสูบในระดับจังหวัดอีกด้วย โดยมีผู้เข้ารับการอบรมคือนักวิชาการและผู้ที่ทำงานรับผิดชอบงานควบคุมการบริโภคยาสูบในระดับจังหวัด ประมาณ 150 คน