1. การพัฒนาสมรรถนะเครือข่ายครู : หลักสูตรโรงเรียนปลอดบุหรี่
2. การประเมินผล กับการปรับเปลี่ยนภาพคำเตือนบนซองบุหรี่
3. การประเมินผลสถานการณ์สถานที่ราชการปลอดบุหรี่
4. การประเมินผลโครงการเครือข่ายร่วมใจเพื่อลดอันตรายของการได้รับควันบุหรี่มือสอง
5. โครงการวิจัยผลของการใช้หลักสูตรโรงเรียนปลอดบุหรี่

การประเมินผล กับการปรับเปลี่ยนภาพคำเตือนบนซองบุหรี่
     ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับการยอมรับเกี่ยวกับกฎหมายและนโยบายในการควบคุมการบริโภคยาสูบ  มาตรการหนึ่งในกฎหมายควบคุมการบริโภคยาสูบซึ่งประเทศไทยได้มีการใช้มาเป็นระยะเวลานานคือ ฉลากคำเตือนบนซองบุหรี่  ซึ่งในประเทศไทยได้เริ่มมีการพิมพ์ฉลากคำเตือนลงบนซองบุหรี่เป็นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2517 และมีการพัฒนาลักษณะของคำเตือนและการพิมพ์คำเตือนบนซองบุหรี่ตลอดมา  ต่อมาหลังจากประเทศไทยได้มีการพิมพ์ฉลากคำเตือนบนซองบุหรี่มาเป็นระยะเวลาประมาณ 30 ปี  เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2547 กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 8 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา  12  แห่งพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 กำหนดรายละเอียดของฉลากคำเตือนใหม่   โดยเป็นรูปภาพ  4  สี ประกอบข้อความคำเตือนถึงพิษภัยของบุหรี่ 6 แบบ คละกันไป ได้แก่  1.ควันบุหรี่ทำร้ายผู้ใกล้ชิด 2.สูบแล้วปากเหม็นกลิ่นบุหรี่ 3.สูบแล้วถุงลมโป่งพองตาย 4.ควันบุหรี่ทำให้เกิดมะเร็งปอด 5.ควันบุหรี่ทำให้หัวใจวายตาย 6.ควันบุหรี่นำชีวิตสู่ความตาย

      การใช้ภาพคำเตือนบนซองบุหรี่เป็นมาตรการสำคัญในการคุ้มครองสุขภาพของผู้บริโภคยาสูบ  มีผลในการทำให้ผู้สูบบุหรี่ตระหนักถึงอันตรายจากการสูบบุหรี่ต่อตัวเองและบุคคลรอบข้างได้ง่ายขึ้น  เนื่องจากภาพสามารถสื่อความหมายได้มากกว่าตัวหนังสือ  ในปัจจุบันจึงมีการพัฒนาภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ให้สามารถสื่อความหมายแก่ผู้สูบบุหรี่หรือผู้พบเห็นได้มากขึ้น  ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข  เมื่อวันที่ 1 กันยายน  พ.ศ. 2549  เพิ่มภาพคำเตือนที่จะพิมพ์บนซองบุหรี่เพิ่มอีก 3 ภาพ  คือ  1. สูบแล้วเป็นมะเร็งช่องปาก  2. สูบแล้วเป็นมะเร็งกล่องเสียง และ  3. ควันบุหรี่ทำให้เส้นเลือดสมองแตก โดยกำหนดให้พิมพ์ 4  สี กว้าง 5.5 x 4.25 เซนติเมตร ในอัตรา 1 แบบต่อ 5,000 ซอง หรือภาชนะบรรจุ และอัตรา 1 แบบ ต่อ 500 กล่อง หรือกระดาษห่อซองหรือภาชนะบรรจุ โดยต้องมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50  และภาพคำเตือนดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในการพิมพ์ลงบนซองบุหรี่ในเดือนกุมภาพันธ์  พ.ศ.2550  ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีภาพคำเตือนพิมพ์บนซองบุหรี่รวม 9 ภาพ

      ศจย.  ได้วิจัยเอกสารเพื่อประเมินประสิทธิภาพของภาพคำเตือนที่มีผลต่อพฤติกรรมการสูบบุหรี่  (1, 2, 3, 4)  โดยผลการศึกษาออกมาในทิศทางเดียวกันคือ  ในกลุ่มเป้าหมายที่สูบและไม่สูบบุหรี่  พบว่า  ภาพคำเตือนที่มีประสิทธิภาพที่สุดต่อความตั้งใจที่จะไม่สูบบุหรี่  2  อันดับแรก  คือ ภาพที่ 6  “ควันบุหรี่ทำให้เกิดมะเร็งปอด” และ ภาพที่ 4 “สูบแล้วถุงลมพองตาย”


ภาพคำเตือน พนักงานเจ้าหน้าที่
(1)
หมออนามัย
(2)
ประชากรอายุ 15 ปี ขึ้นไป (3) วิชาชีพสุขภาพ
(4)
ภาพรวม
3 3 3 3 6 4 6 5 4
4 4 3 4 5 2 5 2 3
6 6 6 5 4 5 2 6 6
2 2 2 1 2 3 3 3 2
5 5 3 6 3 6 4 4 5
1 1 1 2 1 1 1 1 1

 
กลุ่มผู้สูบบุหรี่
 
กลุ่มผู้ไม่สูบบุหรี่


ผลการประเมินประสิทธิภาพของภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ต่อความตั้งใจ ในการสูบบุหรี่หรือเลิกบุหรี่จะมีความแตกต่างกันตามกลุ่มอายุ  อาชีพ  การศึกษา  การประเมินนี้  จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการผลักดันให้มีการปรับเปลี่ยนภาพคำเตือนเพื่อให้มีประสิทธิผลและสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะมากยิ่งขึ้นต่อไป

ที่มา :      
      1) เพ็ญภักตร์  จันทศร. (2549).  การตอบสนองต่อนโยบายและมาตรการควบคุมการบริโภคยาสูบของ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายการควบคุมการบริโภคยาสูบในจังหวัดชลบุรี. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สาธารณสุขศาสตร์)  สาขาวิชาเอกสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์.  บัณฑิตวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยมหิดล.
      2)  ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.). โครงการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และ การดำเนินงานรณรงค์เพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข.  2549.
      3) พรรณราย  เจริญชาตรี. (2549).  ผลของภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ต่อการรับรู้และความตั้งใจในการสูบบุหรี่ของประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปในจังหวัดนครศรีธรรมราช. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สาธารณสุขศาสตร์)  สาขาวิชาเอกสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์.  บัณฑิตวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยมหิดล.
      4) โครงการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนักศึกษาวิชาชีพด้านสุขภาพ (Global Health Professional Survey : GHPS)   


 
 
Modify subscription