ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับการยอมรับเกี่ยวกับกฎหมายและนโยบายในการควบคุมการบริโภคยาสูบ มาตรการหนึ่งในกฎหมายควบคุมการบริโภคยาสูบซึ่งประเทศไทยได้มีการใช้มาเป็นระยะเวลานานคือ ฉลากคำเตือนบนซองบุหรี่ ซึ่งในประเทศไทยได้เริ่มมีการพิมพ์ฉลากคำเตือนลงบนซองบุหรี่เป็นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2517
และมีการพัฒนาลักษณะของคำเตือนและการพิมพ์คำเตือนบนซองบุหรี่ตลอดมา
ต่อมาหลังจากประเทศไทยได้มีการพิมพ์ฉลากคำเตือนบนซองบุหรี่มาเป็นระยะเวลาประมาณ 30 ปี เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2547 กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 8 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 กำหนดรายละเอียดของฉลากคำเตือนใหม่ โดยเป็นรูปภาพ 4 สี ประกอบข้อความคำเตือนถึงพิษภัยของบุหรี่ 6 แบบ คละกันไป ได้แก่ 1.ควันบุหรี่ทำร้ายผู้ใกล้ชิด 2.สูบแล้วปากเหม็นกลิ่นบุหรี่ 3.สูบแล้วถุงลมโป่งพองตาย 4.ควันบุหรี่ทำให้เกิดมะเร็งปอด 5.ควันบุหรี่ทำให้หัวใจวายตาย 6.ควันบุหรี่นำชีวิตสู่ความตาย
การใช้ภาพคำเตือนบนซองบุหรี่เป็นมาตรการสำคัญในการคุ้มครองสุขภาพของผู้บริโภคยาสูบ มีผลในการทำให้ผู้สูบบุหรี่ตระหนักถึงอันตรายจากการสูบบุหรี่ต่อตัวเองและบุคคลรอบข้างได้ง่ายขึ้น เนื่องจากภาพสามารถสื่อความหมายได้มากกว่าตัวหนังสือ ในปัจจุบันจึงมีการพัฒนาภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ให้สามารถสื่อความหมายแก่ผู้สูบบุหรี่หรือผู้พบเห็นได้มากขึ้น ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2549 เพิ่มภาพคำเตือนที่จะพิมพ์บนซองบุหรี่เพิ่มอีก 3 ภาพ คือ 1. สูบแล้วเป็นมะเร็งช่องปาก 2. สูบแล้วเป็นมะเร็งกล่องเสียง และ 3. ควันบุหรี่ทำให้เส้นเลือดสมองแตก โดยกำหนดให้พิมพ์ 4 สี กว้าง 5.5 x 4.25 เซนติเมตร ในอัตรา 1 แบบต่อ 5,000 ซอง หรือภาชนะบรรจุ และอัตรา 1 แบบ ต่อ 500 กล่อง หรือกระดาษห่อซองหรือภาชนะบรรจุ โดยต้องมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และภาพคำเตือนดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในการพิมพ์ลงบนซองบุหรี่ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2550 ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีภาพคำเตือนพิมพ์บนซองบุหรี่รวม 9 ภาพ
ศจย. ได้วิจัยเอกสารเพื่อประเมินประสิทธิภาพของภาพคำเตือนที่มีผลต่อพฤติกรรมการสูบบุหรี่ (1, 2, 3, 4) โดยผลการศึกษาออกมาในทิศทางเดียวกันคือ ในกลุ่มเป้าหมายที่สูบและไม่สูบบุหรี่ พบว่า ภาพคำเตือนที่มีประสิทธิภาพที่สุดต่อความตั้งใจที่จะไม่สูบบุหรี่ 2 อันดับแรก คือ ภาพที่ 6 “ควันบุหรี่ทำให้เกิดมะเร็งปอด” และ ภาพที่ 4 “สูบแล้วถุงลมพองตาย”
| ภาพคำเตือน |
พนักงานเจ้าหน้าที่
(1) |
หมออนามัย
(2) |
ประชากรอายุ 15 ปี ขึ้นไป (3) |
วิชาชีพสุขภาพ
(4) |
ภาพรวม |
 |
3 |
3 |
3 |
3 |
6 |
4 |
6 |
5 |
4 |
 |
4 |
4 |
3 |
4 |
5 |
2 |
5 |
2 |
3 |
 |
6 |
6 |
6 |
5 |
4 |
5 |
2 |
6 |
6 |
 |
2 |
2 |
2 |
1 |
2 |
3 |
3 |
3 |
2 |
 |
5 |
5 |
3 |
6 |
3 |
6 |
4 |
4 |
5 |
 |
1 |
1 |
1 |
2 |
1 |
1 |
1 |
1 |
1 |
|
กลุ่มผู้สูบบุหรี่ |
|
กลุ่มผู้ไม่สูบบุหรี่ |
|
ผลการประเมินประสิทธิภาพของภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ต่อความตั้งใจ ในการสูบบุหรี่หรือเลิกบุหรี่จะมีความแตกต่างกันตามกลุ่มอายุ อาชีพ การศึกษา การประเมินนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการผลักดันให้มีการปรับเปลี่ยนภาพคำเตือนเพื่อให้มีประสิทธิผลและสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะมากยิ่งขึ้นต่อไป
ที่มา :
1) เพ็ญภักตร์ จันทศร. (2549).
การตอบสนองต่อนโยบายและมาตรการควบคุมการบริโภคยาสูบของ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายการควบคุมการบริโภคยาสูบในจังหวัดชลบุรี. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สาธารณสุขศาสตร์) สาขาวิชาเอกสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.
2) ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.). โครงการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และ การดำเนินงานรณรงค์เพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข. 2549.
3) พรรณราย เจริญชาตรี. (2549).
ผลของภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ต่อการรับรู้และความตั้งใจในการสูบบุหรี่ของประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปในจังหวัดนครศรีธรรมราช. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สาธารณสุขศาสตร์) สาขาวิชาเอกสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.
4) โครงการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนักศึกษาวิชาชีพด้านสุขภาพ
(Global Health Professional Survey : GHPS)