ประกาศหลักเกณฑ์การสนับสนุนทุนร่วมวิจัยเกี่ยวกับการควบคุมยาสูบ
-- (ปี พ.ศ.2561) --

ประกาศหลักเกณฑ์การสนับสนุนทุนร่วมวิจัยเกี่ยวกับการควบคุมยาสูบ (ปี พ.ศ.2561)

ประกาศหลักเกณฑ์การสนับสนุนทุนร่วมวิจัยเกี่ยวกับการควบคุมยาสูบศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ ประจำปี พ.ศ.2561 สามารถส่งโครงร่างงานวิจัยได้จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 นักวิจัยที่ได้รับการคัดเลือกหัวข้อที่น่าสนใจจะได้รับเชิญมาร่วมพัฒนาโครงร่าง 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2560

คุณสมบัติของผู้รับทุนวิจัย

  1. เป็นบุคลากรทางการศึกษาในสถาบันการศึกษาทั้งในสังกัดภาครัฐและเอกชนรวมทั้งนักวิจัยและนักวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา 
  2. นักวิชาการที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสาธารณสุขการควบคุมยาสูบ การพัฒนาสังคม เช่น นักวิชาการ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข พัฒนากร เจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น 
  3. นักวิชาการอิสระและบุคคลทั่วไปซึ่งเคยมีผลงานวิชาการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการหรือเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับในวงการวิชาการทั่วไปหรือเป็นบุคคลที่มีผลงานและได้รับการยอมรับในวงการการควบคุมยาสูบ

ทั้งนี้กรณีที่เป็นบุคคลทั่วไป จำเป็นต้องมีนักวิชาการ / นักวิจัย ซึ่งมีประสบการณ์และผลงานวิจัยอันเป็นที่ยอมรับของวงชุมชนวิชาการหรือควบคุมยาสูบ คอยกำกับดูแลเป็นที่ปรึกษา และมีเวลาให้คำปรึกษาแก่ผู้วิจัย โดยมีการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร
ขั้นตอนการเสนอขอรับทุน ขั้นตอนสำหรับทุนประเภทชุดโครงการเพื่อให้เกิดประโยชน์และตรงตามความต้องการของผู้ใช้ผลงานวิจัย ศจย. ได้กำหนดให้ผู้สนใจขอรับทุนวิจัยประเภทชุดโครงการ ส่งร่างแนวคิดของการวิจัยพร้อมวัตถุประสงค์ ให้ศจย.พิจารณาก่อนที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป เมื่อ ศจย.พิจารณา และเห็นชอบ ร่วมกับให้ข้อเสนอแนะแล้ว จึงดำเนินการในลักษณะเดียวกับการขอรับทุนประเภททั่วไป ในขั้นตอนที่ 1

ขั้นตอนสำหรับทุนประเภทนักวิชาการและบุคคลทั่วไป ศจย. ได้ใช้แนวทางในการพิจารณาโครงการ ดังนี้

  1. ขั้นตอนที่ 1 ผู้ขอรับทุนวิจัยจัดส่งเอกสารข้อเสนอโครงการให้ ศจย. เป็นเอกสารอัดสำเนาเพื่อให้ ศจย. พิจารณาความสอดคล้องกับกรอบประเด็นงานวิจัยของ ศจย. 
  2. ขั้นตอนที่ 2 ศจย.ส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิ / ผู้เชี่ยวชาญให้ข้อคิดเห็น 
  3. ขั้นตอนที่ 3 การสรุปผลข้อเสนอแนะ/ผลการพิจารณาทุน ทำได้ 2 ลักษณะ คือ
  4. ลักษณะที่ 1 ศจย. สรุปข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ/ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อแจ้งให้ผู้ ขอรับทุนปรับหรือเพิ่มเติมตามข้อเสนอแนะ 
  5. ลักษณะที่ 2 จัดประชุมเพื่อให้นักวิจัยนำเสนอโครงการวิจัยและให้ผู้ทรงคุณวุฒิ / ผู้เชี่ยวชาญ แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ และ ศจย. สรุปข้อคิดเห็นและเสนอแนะเพื่อให้ผู้ขอรับทุนปรับหรือเพิ่มเติมตามข้อเสนอแนะ 
  6. ขั้นตอนที่ 4 ผู้ขอรับทุนปรับแก้ตามข้อเสนอแนะและส่งข้อเสนอโครงการวิจัยที่ปรับแก้กลับมายัง ศจย. 
  7. ขั้นตอนที่ 5 ศจย. พิจารณาผลการปรับแก้และดำเนินการสนับสนุนทุนวิจัยตามระเบียบต่อไป 

ศจย. ขอสงวนสิทธิ์ ในการยุติการพิจารณาในขั้นตอนใด ขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งจะแจ้งผลการ พิจารณาพร้อมเหตุผลประกอบ กลับไปยังผู้ขอรับทุนทราบ เมื่อผลการพิจารณาสิ้นสุด

งบประมาณทุนสนับสนุนการวิจัยและระยะเวลาดำเนินการ 

  1. งบประมาณสำหรับทุนวิจัยประเภทชุดโครงการ ทุนสนับสนุนการวิจัยทุนละไม่น้อยกว่า 400,000 บาท หากเป็นโครงการที่ต้องใช้งบประมาณสูง ศจย. จะร่วมดำเนินการกับผู้เสนอโครงการเพื่อสมัครขอรับทุนไปยังแหล่งทุนวิจัยภายในประเทศ หรือทุนวิจัยระหว่างประเทศ ตามความเหมาะสม
  2. งบประมาณสำหรับทุนวิจัยประเภทนักวิชาการและบุคคลทั่วไป ทุนสนับสนุนการวิจัยทุนละไม่เกิน 400,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขอบเขตเนื้อหา และผลลัพธ์ของโครงการวิจัย โดยมีระยะเวลาทำวิจัยไม่เกิน 1 ปี หากมีความจำเป็นต้องใช้เวลามากกว่านั้น ต้องสามารถให้เหตุผลชี้แจงได้

โดย ศจย. จะแจ้งผลการพิจารณาความสอดคล้องกับกรอบประเด็นงานวิจัยของ ศจย. ในขั้นตอนที่ 1 ภายใน 30 วัน หลังจากได้รับโครงร่างแนวคิดหรือโครงร่างการวิจัย

ข้อยกเว้นการให้ทุนวิจัย

  1. งานวิจัยที่เสนอเพื่อขอรับทุนนั้นได้รับทุนจากแหล่งทุนอื่นเพียงพอแล้ว 
  2. ผู้รับทุนจะต้องไม่รับการสนับสนุนใด ๆ จากอุตสาหกรรม/ผู้ประกอบการยาสูบและสุราหรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกับยาสูบและสุรา

แนวทางปฏิบัติในการกำหนดงบประมาณเพื่อเสนอขอรับทุนสนับสนุนการวิจัย การกำหนดงบประมาณ ผู้ขอรับทุนควรประมาณการค่าใช้จ่ายตามความเหมาะสมกับปริมาณงาน โดยระบุแยกตามหมวดหมู่ ดังนี้ 

  • หมวดค่าตอบแทน ใช้สอย วัสดุ หมายถึงค่าใช้จ่ายที่กำหนดให้จ่ายเพื่อการบริหารโครงการ เช่น ค่าตอบแทนนักวิจัย ค่าตอบแทนวิทยากร ค่าตอบแทนที่ปรึกษาทางวิชาการ และค่าตอบแทนการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นต้น 
  • หมวดค่าใช้สอย หมายถึง ค่าใช่จ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งบริการ เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก ค่าพาหนะ ค่าเช่ารถ ค่าถ่ายเอกสาร 
  • หมวดค่าวัสดุ หมายถึง ค่าใช้จ่ายเพื่อให้ได้มาสิ่งของที่เมื่อใช้แล้วสิ้นเปลืองหมดไป เช่น ค่าอุปกรณ์สำนักงาน ค่าสารเคมี 
  • หมวดค่าใช้จ่ายในการประชุม/สัมมนา/ปฏิบัติงาน ได้แก่ ค่าที่พัก ค่าพาหนะ ค่าจัดประชุม/อบรม/สัมมนา ค่าโสตทัศนูปกรณ์ในการประชุม ค่าจัดพิมพ์เอกสาร 
  • หมวดค่าสาธารณูปโภค หมายถึง ค่าติดต่อสื่อสาร และค่าไปรษณีย์ 
  • หมวดค่าธรรมเนียมสถาบัน (เฉพาะกรณี) ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินค่าใช้จ่ายในโครงการ (ไม่รวมหมวดเงินเดือน ค่าตอบแทนนักวิจัย) 
  • หมวดรายจ่ายอื่น ๆ หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่ไม่เข้าลักษณะประเภทรายจ่ายใด ๆ ข้างต้น

การติดตามและประเมินผลโครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุน โครงการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจะต้องยอมรับการตรวจสอบความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามเป้าหมายของแผนการดำเนินงาน รวมทั้งการตรวจสอบการใช้จ่ายของแต่ละโครงการวิจัย ดังต่อไปนี้

image

ผู้รับทุนวิจัย

  • หัวหน้าโครงการวิจัยจะต้องรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการวิจัย ด้วยเอกสารและ/หรือนำเสนอด้วยวาจาตามระยะเวลาที่กำหนด 
  • ผู้รับทุนวิจัยจะต้องเข้าร่วมการประชุมทางวิชาการนำเสนอผลงาน 
  • ผู้รับทุนวิจัยต้องจัดทำรายงานชี้แจงปัญหาอุปสรรคของโครงการวิจัยและหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามกรอบเวลาตามสัญญารับทุน ผู้รับทุนวิจัยจะต้องทำหนังสือชี้แจงเพื่อขอเปลี่ยนแปลงอันเนื่องจากไม่สามารถดำเนินการตามสัญญารับทุน 
  • ผู้รับทุนในนามองค์กรต้องจัดเขตปลอดบุหรี่ในหน่วยงานของตน

ผู้ให้ทุนวิจัย (ศจย.) 

  • ศจย. ติดตามการดำเนินงานวิจัยของผู้รับทุนตามแผน และหากไม่เป็นไปตามแผน (ศจย.) จะทำการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร 
  • กรรมการผู้ประเมินอาจขอพบผู้รับทุนเพื่อติดตามประเมินผลการทำงานตามสัญญารับทุน 
  • ศจย. สรุปข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไขปัญหา/อุปสรรคของผู้ประเมินแจ้งหัวหน้าโครงการวิจัยเพื่อนำไปปรับปรุงการดำเนินงานโครงการวิจัย 
  • ศจย. สามารถขอความร่วมมือในการนำเสนอผลการวิจัยในการประชุมวิชาการต่าง ๆ 
  • ศจย. สามารถขอความร่วมมือนักวิจัย ในการสรุปเอกสารวิชาการที่ตีพิมพ์ในต่างประเทศ ที่นักวิจัยได้คัดสรรแล้วว่าสมควรเผยแพร่บนเวบไซด์ของศจย.

โครงร่างการวิจัยสำหรับทุนประเภทนักวิชาการและบุคคลทั่วไป โครงร่างการวิจัยที่เสนอ (ศจย.) ควรประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้

  1. ชื่อโครงการ : ระบุชื่อโครงการวิจัยภาษาไทย และ/หรือ ภาษาอังกฤษ 
  2. ทีมวิจัย : ชื่อหัวหน้าโครงการและผู้ร่วมวิจัย 
  3. ความสำคัญและที่มาของปัญหา (Background and Significance of the Study) 
  4. คำถามการวิจัย (Question of the Study) 
  5. วัตถุประสงค์การวิจัย (Objectives of the Study) 
  6. ขอบเขตการวิจัย (Scope of the Study) 
  7. กรอบแนวคิดการวิจัย (Conceptual Framework) 
  8. ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology) ซึ่งควรระบุรายละเอียดดังนี้ 
    • รูปแบบงานวิจัย (Research Design) 
    • ประขากรและกลุ่มตัวอย่าง (Population and Sample of the Study): จำนวน หรือขนาดของตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา และวิธีการสุ่มตัวอย่าง 
    • เครื่องมือและแนวทางการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ (Research Tools) 
    • วิธีการเก็บข้อมูล (Data Collection)
  9. วิธีการวิเคราะห์และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลโดยสรุป (Data Analysis) 
    แผนการดำเนินงานวิจัย ระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้ในการวิจัย ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งสิ้นสุดโครงการ กำหนดแผนการวิจัยและกำหนดกรอบเวลาในรูปแบบตารางแผนปฏิบัติงาน (Gantt chart) 
    งบประมาณตลอดโครงการวิจัย ประมาณการค่าใช้จ่ายตามความเหมาะสมกับปริมาณงานระบุแยกตามหมวดหมู่

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย 
บรรณานุกรม/เอกสารอ้างอิง (Reference) ระบุเอกสารและผลงานวิจัยที่ใช้อ้างอิง (Reference) ของแผนงานวิจัยตามระบบสากล
ผู้สนใจติดต่อและส่งเอกสารขอรับทุนสนับสนุนการวิจัย ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) เลขที่ 420/1 อาคารอเนกประสงค์ ชั้น 5 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 0-2354-5346 โทรสาร 0-2354-5347 E mail: webmaster@trc.or.th , research1@trc.or.th

ผู้สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและสามารถดาวน์โหลด เอกสารและแบบฟอร์มเพื่อการขอรับทุนสนับสนุนการวิจัย ได้ที่ www.trc.or.th

ติดต่อสำนักงาน

วิทยาเขตราชวิถี มหาวิทยาลัยมหิดล 420/1 อาคารอเนกประสงค์ ชั้น 5 ถ.ราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

© Copyright TRC 2018. Design by TRC