สถานการณ์การบริโภคยาสูบ

  12 January 2014

พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560

พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ 2560

สถานการณ์การบริโภคยาสูบ
1. เหตุการณ์สำคัญล่าสุดด้านการควบคุมการบริโภคยาสูบ

  • 13 ธันวาคม 2559 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติการยาสูบแห่งประเทศไทยพ.ศ. ... เพื่อ”ยกระดับโรงงานยาสูบขึ้นเป็นนิติบุคคล”
  • 3 มีนาคม 2560 ร่างพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ... ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ขณะนี้รอประกาศในราชกิจจานุเบกษา
  • 20 มีนาคม 2560 ราชกิจจานุเษกษาประกาศ ออกประกาศพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 เป็นการรวมกฎหมายสรรพสามิต 7 ฉบับมาเป็นฉบับเดียว ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต กฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต กฎหมายว่าด้วยสุรา กฎหมายว่าด้วยยาสูบ กฎหมายว่าด้วยไพ่ กฎหมายว่าด้วยการจัดสรรเงินภาษีสรรพสามิต และกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรเงินภาษีสุรา

2. ปัจจัยต้นเหตุ (Determinants) พบว่า

  • การสนับสนุนกิจกรรมทางสังคมของอุตสาหกรรมยาสูบ พบแนวโน้มการใช้เงินลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทยาสูบอาจปรับเปลี่ยนเป็นการสนับสนุนด้วยสิ่งของอื่นๆแทน
  • การส่งเสริมการขาย พบการแบ่งขายบุหรี่เป็นมวน พร้อมบรรจุไว้ในถุงพลาสติกทั้งที่มีและไม่มียี่ห้อบุหรี่ และการโฆษณายี่ห้อบุหรี่ผ่านสื่อต่างๆ เช่น จาน ชาม กล่องใส่ทิชชู และป้ายไฟ เป็นต้น
  • ผลิตภัณฑ์ยาสูบใหม่ พบ “บุหรี่ไฟฟ้า”, ม่อระกู่ไฟฟ้า ซึ่งหลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศห้ามนำเข้าม่อระกู่ เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.57 ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่มีชื่อว่า Cloud Stones ที่นำมาสูบแทนม่อระกู่
  • พบการโฆษณาส่งเสริมการขายทางอินเทอร์เน็ต และสื่อสังคมออนไลน์
  • เรื่องการแทรกแซงนโยบายรัฐของอุตสาหกรรมยาสูบพบว่า ในช่วงปีพ.ศ. 2556 เป็นต้นมา มีการขอเข้าพบเพื่อร่วมกำหนดนโยบายจำนวน 6 ครั้ง แต่ได้รับการปฏิเสธทั้งหมด

3.พฤติกรรมเสี่ยง (Behavioral risk) การบริโภคยาสูบ จากผลการสำรวจครัวเรือน

  • การสำรวจปีพ.ศ.2558 พบว่าประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปบริโภคยาสูบ จำนวน 10.9 ล้านคน อัตราการสูบคิดเป็น 19.9%
  • ในทุกกลุ่มอายุมีอัตราการสูบบุหรี่ลดลงจากปีพ.ศ. 2556 ยกเว้นกลุ่มอายุ 19-24 ปี และ กลุ่มอายุ 41-59 ปี
  • จากผลการสำรวจพ.ศ.2557 ค่าใช้จ่ายของผู้สูบบุหรี่เฉลี่ยประมาณเดือนละ 423 บาทต่อเดือน โดยมีค่าใช้จ่ายจริงของผู้สูบบุหรี่ซองและบุหรี่มวนเองเพียงอย่างเดียวประมาณเดือนละ 565 และ 170 บาทต่อเดือน ตามลำดับ โดยผู้สูบบุหรี่ที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ 810 บาทต่อเดือน
  • จากการสำรวจของ GATS ปีพ.ศ. 2554 ในเรื่องการได้รับควันบุหรี่มือสองพบว่าร้อยละ 36 ได้รับควันบุหรี่ในบ้าน, ร้อยละ 30.5 ได้รับควันบุหรี่ในที่ทำงาน และร้อยละ 25.6 ได้รับควันบุหรี่ในขนส่งสาธารณะ
  • จากผลการสำรวจพ.ศ.2557 สถานที่สาธารณะที่มีผู้พบเห็นควันบุหรี่มือสองมาก 5 อันดับแรกได้แก่ ตลาดสดหรือตลาดนัด, ร้านอาหาร / ภัตตาคาร / สถานที่ที่จำหน่ายอาหารเครื่องดื่ม, ศาสนสถาน, สถานบริการขนส่งสาธารณะและอาคารสถานที่ราชการ

4.ผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ พ.ศ.2555 – 2557

  • ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ 8 ยุทธศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการบริโภคยาสูบของประชาชน และทำให้สิ่งแวดล้อมปลอดควันบุหรี่ โดยมีเป้าหมายลดอัตราการบริโภคยาสูบโดยรวมและเพศชายลงร้อยละ 10 จากปีพ.ศ. 2552 และในเพศหญิงไม่เพิ่มขึ้น (คิดเป็นร้อยละ 18.7, 37.5 และ 2.01 ในภาพรวม, ในเพศชาย และเพศหญิงตามลำดับ)
  • ผลจากการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ ฯ พบว่า อัตราการบริโภคยาสูบของประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป เปลี่ยนแปลงจากร้อยละ 20.7 ในปีพ.ศ.2552 เป็นร้อยละ 19.9 ในปีพ.ศ.2558 แต่ยังลดไม่ถึงค่าเป้าหมาย
  • นโยบายภาษี มีการขึ้นภาษีสรรพสามิตยาสูบครั้งล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2559 จัดเก็บภาษีบุหรี่ซิกาแรต ตามมูลค่าร้อยละ 90 และให้จัดเก็บตามปริมาณ 1.10 บาทต่อกรัม และยังยกเว้นการจัดเก็บภาษีจากใบยาสูบพันธุ์พื้นเมืองอยู่

5.การป่วย/การตาย (Morbidity/Mortality) ด้วยโรคที่สัมพันธ์กับยาสูบ

  • การศึกษาภาระโรคจากปัจจัยเสี่ยงของประชาชนไทยในปี พ.ศ.2552 พบ 25 โรค มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ในจำนวนนี้รวม 10 โรคมะเร็ง
  • มีคนตายจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ในกลุ่มคนอายุ 30 ปีขึ้นไป เป็น 50,737 คน
  • จากการประมาณการความสูญเสียทางเศรษฐศาสตร์จากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ในปี พ.ศ.2552 (Disease Attributed to Smoking) พบว่า ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดจากความสูญเสียทางเศรษฐศาสตร์เท่ากับ 74,884 ล้านบาท หรือ 0.78% ของ GDP
  • คำนวณเป็นความสูญเสีย 42 บาท ต่อบุหรี่ 1 ซอง ตามค่าเงินในปีพ.ศ. 2552

6.การตรวจจับความผิดปกติ (Event-based surveillance)

  • ข้อมูลจากชุมชน พบว่าร้านค้าส่วนใหญ่ในชุมชนมักจำหน่ายบุหรี่แบบแบ่งขายบุหรี่เป็นมวน, การใช้ตู้โชว์บุหรี่เป็นสื่อในการโฆษณาบุหรี่ โดยมักเปิดตู้โชว์บุหรี่ไว้ตลอดเวลา หรือเลือกใช้ตู้โชว์บุหรี่ที่เป็นกระจกใส, พบการซื้อขายบุหรี่แถมสินค้าอื่นๆ เช่น ลูกอม ไฟแช็ค ปฏิทิน ซองกันน้ำ จาน ชาม เสื้อที่มีโลโก้หรือยี่ห้อบุหรี่ พบการจำหน่ายบุหรี่กลิ่นต่างๆ รวมไปถึงการจำหน่ายบุหรี่มวนเล็กและการจำหน่ายบุหรี่ซองเล็ก
  • ข้อมูลจากสื่ออิเลคทรอนิคส์ทั้งเว็บไซต์ และ social media พบเว็บไซต์ที่มีการโฆษณาบุหรี่สะสมตั้งแต่เดือน กันยายน 2558 – มีนาคม 2559 ทั้งสิ้น 63 เว็บไซด์

ที่มา ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์, ปานทิพย์ โชติเบญจมาภรณ์ และปวีณา ปั้นกระจ่าง. สถานการณ์การควบคุมการบริโภคยาสูบของประเทศไทย พ.ศ.2559. ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.). 2559.

ระดับจังหวัด

ผลกระทบจากการบริโภคยาสูบ

  • ผลกระทบทางด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ

การเฝ้าระวังอุตสาหกรรมยาสูบ

การดำเนินการควบคุมยาสูบ

ความก้าวหน้าในการดำเนินการควบคุมยาสูบของประเทศไทย พ.ศ.2554-2555

  • 22 มีนาคม 2555 เริ่มมีผลบังคับใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 15) พ.ศ.2554 เรื่องข้อความที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือจูงใจให้บริโภคในฉลากของซองบุหรี่และยาเส้น

  • 25 เมษายน 2555 เริ่มมีผลบังคับใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2554 เรื่องการแสดงข้อความ เกี่ยวกับสารพิษและสารก่อมะเร็งในฉลากของซองบุหรี่ซิกาแรต 

  • 12 มิถุนายน 2555 มติ ครม. เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติพ.ศ.2555 – 2557 ซึ่งมีเป้าหมายลดอัตราการบริโภคยาสูบของประชาชน ลดปริมาณการบริโภคยาสูบต่อหัวประชาชนและการทำให้สิ่งแวดล้อมปลอดควันบุหรี่ ต่อมากระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศเรื่องแนวทางการปฏิบัติตามแผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ พ.ศ.2555 – 2557 ในสถานศึกษา

  • 21 สิงหาคม 2555 มีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตยาสูบ (รวมภาษียาเส้นและยาเส้นปรุง) ของประเทศไทย การปรับครั้งนี้กำหนดอัตราตามมูลค่าและอัตราตามปริมาณใบยาสูบ ทำให้บุหรี่ซิกาแรตมีอัตราจัดเก็บตามมูลค่าจากร้อยละ 85 ร้อยละ 87 หรือตามปริมาณ 1 บาทต่อหนึ่งกรัม ส่วนภาษียาเส้นเพิ่มเป็นครั้งแรกจาก 0.01 บาท/10 กรัมเป็น 0.01 บาท/กรัม

  • เดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2555 การประชาพิจารณ์ร่างพระราชบัญญัติควบคุมการบริโภคยาสูบฉบับใหม่ พ.ศ. ... ซึ่งเป็นการรวมกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและกฎหมายคุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่เป็นฉบับเดียวกัน

  • มีนาคม 2556 กระทรวงสาธารณสุข ประกาศมาตรการ “3 ลด 3 เพิ่ม”
    3 ลด ได้แก่ 1. การลดนักสูบหน้าใหม่ (อายุ 15-24 ปี,19-24 ปี ) 2. ลดจำนวนผู้สูบเดิมในเขตชนบท โดยเฉพาะผู้ใช้ยาเส้น 3. ลดควันบุหรี่มือสองในที่ทำงาน ในที่สาธารณะ และที่บ้าน
    3 เพิ่ม ได้แก่ 1. เพิ่มกลไกการป้องกันอุตสาหกรรมยาสูบแทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบของรัฐ 2. เพิ่มผู้ขับเคลื่อนการควบคุมยาสูบในระดับพื้นที่จังหวัดและท้องถิ่น 3. เพิ่มนวัตกรรมการดำเนินงานควบคุมยาสูบโดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศ

  • 6 มีนาคม 2556 กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศกระทรวงฯ เพิ่มขนาดคำเตือนพิษภัยบนซองบุหรี่ จากร้อยละ 55 เป็น ร้อยละ 85 โดยให้จัดพิมพ์ภาพข้อความคำเตือน 10 แบบคละกัน ในอัตรา 1 แบบ ต่อ 5,000 ซอง มีผลบังคับใช้ 23 กันยายน 2557 (90 วันนับแต่วันที่ศาลปกครองสูงสุด อ่านคำสั่ง -26 มิ.ย.2557)

  • สิงหาคม 2556 เริ่มการบังคับใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่17) พ.ศ.2555 เรื่องภาพคำเตือนและการแสดงเลขหมายสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 บนซองยาเส้น

  • 28 พฤศจิกายน 2556 ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการดำเนินงานโรงเรียนปลอดบุหรี่ระหว่างกรมควบคุมโรค สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่

  • 18 มิถุนายน 2557 คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ได้มีมติเห็นชอบมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 6 มติ 5 การกำกับดูแลสื่อและการสื่อสารการตลาดของผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

  • 19 มิถุนายน 2557 สสส. ผนึกเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพทั่วไทยเดินหน้าเปิดโครงการรณรงค์จิตอาสาขยายพื้นที่ปลอดบุหรี่ “รวมพลัง ทวงสิทธิ์ ห้ามสูบ ในพื้นที่ปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย 100%” โดยตั้งเป้าหมายของการรณรงค์ลดจำนวนผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองลงได้ ร้อยละ 10

  • 25 พฤศจิกายน 2557 เสนอร่างพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์ควบคุมยาสูบ พ.ศ. .... ไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จากนั้น วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 ที่ประชุมครม.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ...

  • 26 ธันวาคม 2557 กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศเรื่องกำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 กำหนดให้สินค้า 3 ประเภท ได้แก่ 1. บารากู่ดั้งเดิม 2. บารากู่ไฟฟ้า 3. บุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักรในทุกกรณี

  • 18 กุมภาพันธ์ 2558 คำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ฉบับที่ 9/2558 ลงนามเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2558 ลงประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 กำหนดห้ามขาย / ห้ามให้บริการสินค้าดังต่อไปนี้ 1. บารากู่ดั้งเดิม 2. บารากู่ไฟฟ้า 3. บุหรี่ไฟฟ้า 4. ตัวยาบารากู่ดั้งเดิม 5. น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้า/บุหรี่ไฟฟ้า

  • 26 มีนาคม 2558 กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศเปลี่ยนภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ 10 แบบ ลงราชกิจจานุเบกษา 2 เมษายน 2558 มีผลบังคับใช้ 29 กันยายน 2558

  • 9 กุมภาพันธ์ 2559 มีการปรับขึ้นภาษีบุหรี่ซิกาแรตตามมูลค่าจากร้อยละ 87 เป็นร้อยละ 90 ของราคาขาย ณ โรงงานอุตสาหกรรมยาสูบ และปรับอัตราภาษีตามปริมาณเป็น 1.10 บาท/กรัม

  • 19 เมษายน 2559 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติฉบับที่สอง พ.ศ. 2559 – 2562 โดยมีเป้าประสงค์เพื่อลดอัตราการบริโภคยาสูบ และ ทำให้สิ่งแวดล้อมปลอดควันบุหรี่ โดยประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์

ที่มา ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์, ปานทิพย์ โชติเบญจมาภรณ์ และปวีณา ปั้นกระจ่าง. สถานการณ์การควบคุมการบริโภคยาสูบของประเทศไทย พ.ศ.2559. ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.). 2559.

ผลการประเมินสมรรถนะในการควบคุมยาสุบและปัญหาที่ท้าทาย
กฏหมายที่เกี่ยวข้อง

ฐานข้อมูลเฝ้าระวังยาสูบของประเทศไทย
แบบสอบถาม

staffmail

gotoknowlogothmappolicy bannerclinicmapnosmokenetworkeco analyinfogra bannerElearningBanner