PRESS RELEASE

มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ / ศจย.

เมนูหลัก ศจย.

Monday, 15 January 2018 09:31

ห่วงใยเด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อ ...

Written by
Rate this item
(0 votes)

นักวิชาการ ห่วงใยเด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อ “Cigarette promoting items” ซึ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดอีกรูปแบบหนึ่งของบริษัทบุหรี่ รศ.ดร.วันเพ็ญ แก้วปาน อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึง “โครงการอิทธิพลของสิ่งของส่งเสริมบุหรี่กับเด็กและเยาวชนไทย” สนับสนุนโดยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ว่า สิ่งของส่งเสริมบุหรี่ (Cigarette promoting items) ที่แสดงยี่ห้อบุหรี่ เป็นกลยุทธ์การตลาดของบริษัทบุหรี่วิธีหนึ่ง ที่ใช้เพื่อสร้างความรู้สึกให้ลูกค้าพบเห็นแล้วจดจำชื่อยี่ห้อบุหรี่ ประทับใจ ทำให้อยากซื้อ ทำให้ผู้ซื้อเกิดความรู้สึกเชิงบวกต่อบุหรี่ ซึ่งสิ่งของส่งเสริมบุหรี่เหล่านี้สามารถจะเย้ายวนเด็กและเยาวชนไปสู่การสูบบุหรี่ได้ โดยการศึกษานี้มีกลุ่มตัวอย่างคือ 1) ผู้ซื้อสะสมและครอบครองสิ่งของส่งเสริมบุหรี่ ได้แก่ กลุ่มเด็กและเยาวชน อายุระหว่าง 13-24 ปี จำนวน 1,317 คน ในสถานศึกษาทุกภาคของประเทศไทย และ 2) กลุ่มผู้จำหน่ายสิ่งของส่งเสริมบุหรี่ ในร้านค้าที่อยู่ในจังหวัดของทุกภาคของประเทศไทย
ผลการศึกษา พบว่า มีกลุ่มผู้จำหน่ายสิ่งของส่งเสริมบุหรี่ใน 5 จังหวัด ในทุกภาคของประเทศไทย ได้แก่ เชียงราย สระแก้ว เพชรบุรี อุบลราชธานี และสุราษฎร์ธานี โดยผู้จำหน่ายมีการจำหน่ายสิ่งของส่งเสริมบุหรี่ 15 จุด คิดเป็นร้อยละ 56 ของพื้นที่สำรวจ ซึ่งผู้จำหน่ายสิ่งของส่งเสริมบุหรี่ นำประเภทสินค้าที่นำมาจำหน่ายหลากหลายชนิด จำแนกได้เป็น 7 ชนิด ได้แก่ 1) หมวก 2) เสื้อยืด 3) ไฟแช็ก 4) กล่องใส่บุหรี่ 5) เรียงเบอร์ 6) พวงกุญแจ และ 7) ที่ใส่โทรศัพท์ โดยรูปแบบการได้มา คือ เป็นสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ เป็นสินค้ามือสอง และเป็นสินค้าที่ผลิตเลียนแบบในประเทศไทย ซึ่งช่องทางการจำหน่าย ได้แก่ 1) จำหน่ายตามตลาดนัด 2) จำหน่ายในร้านค้า และ 3) ร้านค้าปลีกในตลาด ในส่วนรูปแบบส่งเสริมการขาย ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายบุหรี่ มีการส่งเสริมการขายโดยได้สินค้าจากบริษัทบุหรี่ นำมาแจกแก่ตัวแทนจำหน่าย โดยผู้จำหน่ายส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ว่าทำผิดกฎหมาย จากการสัมภาษณ์ในกลุ่มเด็กและเยาวชน พบว่า ร้อยละ 26 เคยเห็นสิ่งของส่งเสริมบุหรี่ที่มีตรายี่ห้อ ซึ่งเหตุผลที่สะสมสิ่งของส่งเสริมบุหรี่คือ ร้อยละ 78 ชอบจึงสะสม, ร้อยละ 70 ไม่รู้ว่าสิ่งของส่งเสริมบุหรี่ผิดกฎหมาย และประมาณ 2 ใน 3 สิ่งของส่งเสริมบุหรี่ทำให้รู้สึกอยากลอง/อยากสูบบุหรี่ ซึ่งสรุปได้ว่า สินค้าส่งเสริมบุหรี่เหล่านี้ ทำให้เด็กและเยาวชนรู้สึกอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น และสนใจในบุหรี่ยี่ห้อนั้นมากขึ้น และพฤติกรรมการซื้อสิ่งของเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของเด็กและเยาวชนอย่างมีนัยสำคัญ รศ.ดร.วันเพ็ญ กล่าว
ดร.ทพญ.ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวว่า ผู้จำหน่ายสินค้าเหล่านี้อาจไม่ทราบว่าสินค้าเหล่านี้ผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ในมาตรา 32 ซึ่ง “ไม่ควรตกเป็นเหยื่อการตลาดของบริษัทบุหรี่ไปด้วย จึงวอนให้พ่อค้าแม่ค้าไม่นำสิ่งของส่งเสริมบุหรี่มาขาย ซึ่งจะช่วยเป็นเกราะป้องกันเด็กและเยาวชนจากบุหรี่อีกทางหนึ่ง”

ประสานงาน: นายหริสร์ ทวีพัฒนา นักวิชาการ ศจย. โทรศัพท์ 061-7244411 E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Read 332 times

ติดต่อสำนักงาน

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โรงเรียนเรวดี 108 ถนนประดิพัทธ์ แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400

© Copyright TRC 2018. Design by TRC