BMJ

ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ

เมนูหลัก ศจย.

Sunday, 23 March 2014 01:21

สถานการณ์การเพาะปลูกยาสูบในประเทศไทย

Written by
Rate this item
(4 votes)

Coverstobaccoinfo2010สถานการณ์การเพาะปลูกยาสูบในประเทศไทย

พื้นที่ปลูกยาสูบในฤดูกาลผลิตปี พ.ศ.2551/2552 ของประเทศไทยจากการรายงานของกรมสรรพสามิต พบว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกยาสูบรวม 207,147 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่ปลูกยาสูบพันธุ์เวอร์ยิเนีย 67,977 ไร่ พันธุ์เบอร์เล่ย์ 78248 ไร่ และพันธุ์เตอร์กิช 60,922 ไร่
จังหวัดที่มีการปลูกยาสูบตามรายงานของกรมสรรพสามิต มีจำนวน 30 จังหวัด คือ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แพร่ พะเยา ลำปาง ลำพูน น่าน แม่ฮ่องสอน หนองคาย นครพนม สุโขทัย เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ บุรีรัมย์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สกลนคร หนองบัวลำพู อำนาจเจริญ อุดรธานี อุบลราชธานี นครราชสีมา และเลย จังหวัดที่มีพื้นที่เพาะปลูกยาสูบมากที่สุดอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ร้อยเอ็ด และมีผู้เพาะปลูกยาสูบหรือชาวไร่ มากที่สุดจำนวน 16,834 ราย ส่วนจังหวัดที่มีปริมาณการผลิต (รับซื้อ) มากที่สุด คือ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีปริมาณการผลิต 19,860,839 กิโลกรัม

โรงงานยาเส้นจากข้อมูลสำรวจของสำนักงานเกษตรจังหวัด พบว่า มีถึง 800 กว่าแห่งดังนี้

  • จังหวัดเชียงใหม่ มีโรงงานผลิตยาสูบพื้นบ้าน หรือขี้โย จำนวน 10 แห่ง มีลักษณะเป็น อุตสาหกรรมในครัวเรือนที่ใช้แรงงานคนเป็นหลัก
  • จังหวัดพะเยา มีโรงงานผลิตยาเส้น จำนวน 800 แห่ง ซึ่งมีลักษณะเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนที่ใช้แรงงานคนเป็นหลัก
  • จังหวัดสุโขทัย มีโรงงานผลิตยาเส้น จำนวน 2 แห่ง ซึ่งมีลักษณะเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน ที่ใช้แรงงานคนเป็นหลัก
  • จังหวัดนครพนม มีโรงงานผลิตยาเส้น จำนวน 1 แห่ง
  • จังหวัดลพบุรี มีโรงงานผลิตยาเส้น จำนวน 9 แห่ง ซึ่งมีลักษณะเป็นอุตสาหกรรมใน ครัวเรือน ที่ใช้แรงงานคนเป็นหลัก

โดยสรุป ข้อมูลการเฝ้าระวังพื้นที่ปลูกยาสูบยังมีข้อจำกัด จะต้องมีการพัฒนาต่อไป

เอกสารสรุปสถานการณ์การควบคุมการบริโภคยาสูบ ประเทศไทย 2552


ดาวน์โหลดฉบับเต็ม 

Read 16906 times Last modified on Sunday, 23 March 2014 01:25

ติดต่อสำนักงาน

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล 270 ถนนพระรามที่ 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400

© Copyright TRC 2018. Design by TRC