TOR โครงการพัฒนาข้อเสนอแนะแนวทางการเร่งรัดการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฉบับแก้ไข พ.ศ.2560

27 July 2017

ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับ : ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องต่างๆ เช่น ราชทัณฑ์ อัยการ ศาล และ ผู้ต้องขังและญาติ ทราบแนวทางและมีการเร่งรัดการดำเนินการขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่ตาม พรบ.ยาเสพติดให้โทษฉบับแก้ไขใหม่นี้   อันเป็นผลให้เกิดการแก้ไขปัญหาคนล้นคุกได้ระดับหนึ่ง

หลักการและเหตุผล : หลักการและเหตุผลปัญหาคนล้นคุกเป็นปัญหามากขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากมีนโยบายกำหนดให้ยาบ้าเป็นสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ระดับเดียวกับเฮโรอีน ตั้งแต่พ.ศ.2522    โดยมีบทกำหนดโทษ ดังนี้

ข้อหา

บทลงโทษ

ผลิต นำเข้า หรือส่งออก

ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หากเป็นการกระทำเพื่อจำหน่าย ต้องระวางโทษประหารชีวิต (กรณีคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ตั้งแต่ 20 กรัม ขึ้นไป ถือว่าเป็นการกระทำเพื่อจำหน่าย)

จำหน่ายหรือครอบครองเพื่อจำหน่าย

ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่ 5 หมื่นบาทถึง 5 แสนบาท หากมีสารบริสุทธิ์ไม่เกิน 100 กรัม แต่ถ้าเกิน 100 กรัม ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต

ครอบครอง

คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่ถึง 20 กรัม ต้องระวางโทษจำคุก 1 ถึง 10 ปี และปรับ 1 หมื่นบาท ถึง 1 แสนบาท (คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ 20 กรัมขึ้นไป ถือว่าครอบครองเพื่อจำหน่าย)

เสพ

ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5 พันบาท ถึง 1 แสนบาท แต่ปัจจุบันนี้ ผู้เสพจะได้รับการบำบัดจาก โรงพยาบาลศรีธัญญารักษ์ เป็นเวลา 3 เดือน

ใช้อุบาย หลอกลวง ขู่เข็ญใช้กำลังประทุษร้ายฯให้ผู้อื่นเสพ

ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาท ถึง 2 แสนบาท และถ้าเป็นการกระทำต่อหญิงหรือบุคคลซึ่ง ยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องระวางโทษประหารชีวิต ถ้ากระทำโดยมีอาวุธหรือร่วมกัน 2 คนขึ้นไป ต้องระวางโทษจำคุก 4 ปี ถึง 30 ปี และปรับตั้งแต่ 4 หมื่นบาท ถึง 3 แสนบาท

ยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นเสพ

ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1 หมื่นบาท ถึง 5 หมื่นบาท


  • นโยบายนี้ทำให้ผู้พิพากษาจำเป็นต้องตัดสินพิพากษาผู้ที่ไม่ได้เจตนาเป็นผู้ค้ายาเสพติดแต่มียาเสพติดในครอบครองเพื่อเสพมากกว่าห้าเม็ดขึ้นไป (เช่น มี 5 – 15 เม็ด) หรือ นำเข้ายาเสพติดแม้หนึ่งเม็ดจากนอกราชอาณาจักร ในระดับโทษจำคุกตลอดชีวิต (ตัดสินจำคุก 50 ปี) ซึ่งหากผู้ต้องโทษคดีนี้รับสารภาพก็จะลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือ 25 ปี ทุกราย   นโยบายนี้ก่อให้เกิดการตัดสินคดีที่ไม่สามารถยืดหยุ่นให้ศาลใช้ดุลพินิจได้ และ เป็นการแก้ปัญหาที่ก่อให้เกิดปัญหาอื่นตามมา คือ คนล้นคุก
  • เพื่อแก้ไขปัญหาการลงโทษผู้กระทำความผิดในลักษณะที่มีข้อจำกัดดังกล่าวข้างต้น สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้พิจารณาแก้ไขกฎหมาย พรบ.ยาเสพติดให้โทษนี้ในปี พ.ศ. 2560 โดยแก้ไขใน 2 ประเด็นใหญ่ คือ
    • แก้ไขข้อสันนิษฐานเด็ดขาดของกฎหมาย "เพื่อจำหน่าย" ระบุให้ บุคคลใดซึ่งกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษโดยถูกฟ้องในความผิดฐานผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เด็กซ์โตรไลเซอร์ไยด์ หรือแอลเอสดี และแอมเฟตามีน หรืออนุพันธ์แอมเฟตามีน) 2, 4 และ 5 สามารถนำพยานหลักฐานเข้าสืบหักล้าง ข้อสันนิษฐานของกฎหมายได้ว่าตนเองมิได้มีเจตนา "เพื่อจำหน่าย"
      ซึ่งจากการแก้ไขกฎหมายนี้ จะใช้บังคับกับคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์หรือจำเลยสามารถยื่นคำแถลงต่อศาลขอสืบพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่า "ไม่ได้มีเจตนากระทำเพื่อจำหน่าย" และคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ขอให้ใช้กฎหมายเดิมจนกว่าคดีจะถึงที่สุด  แต่จะไม่ใช้บังคับกับคดีที่ถึงที่สุดแล้ว
    • แก้ไขบทกำหนดโทษ ระบุให้ บุคคลใดซึ่งกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษโดยศาลพิพากษาลงโทษฐานผลิต นำเข้า ส่งออก ตามมาตรา 65 วรรค 1 จำนวนเล็กน้อย (เฮโรอีนไม่เกิน 3 กลัรม หรือยาบ้าไม่เกิน 15 เม็ด เป็นต้น)  มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่พิพากษาคดีนั้น เพื่อขอกำหนดโทษใหม่ตามมาตรา 65 วรรค 1 ที่แก้ไขใหม่ได้ (จำคุกตั้งแต่ 10 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต)
  • ซึ่งจากการแก้ไขกฎหมายนี้ จะใช้บังคับกับคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น/ศาลอุทธรณ์/ศาลฎีกา เพื่อให้มีการลงโทษตามบทกำหนดใหม่ และใช้บังคับกับคดีถึงที่สุดแล้ว เพื่อให้ผู้กระทำความผิดมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่พิพากษาคดีนั้นเพื่อขอกำหนดโทษใหม่ได้
  • พรบ.ยาสเพติดให้โทษ ฉบับแก้ไข พ.ศ.2560 นี้ ส่งผลในภาคปฏิบัติ คือ การสามารถยื่นขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่สำหรับกรณีที่ผู้ต้องโทษถูกตัดสินจำคุกไปแล้ว   โดยผู้ที่สามารถเป็นต้นเรื่องในการดำเนินการพิจารณาคดีใหม่ ได้แก่ ผู้ต้องโทษหรือญาติ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ อัยการ และ ศาล
  • จึงจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการเร่งรัดการขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่ ตาม พรบ.ยาเสพติดให้โทษฉบับแก้ไข พ.ศ. 2560 เพื่อสนับสนุนการเร่งรัดการดำเนินการตามโอกาสที่ได้รับจาก พรบ.ยาเสพติดให้โทษฉบับแก้ไขนี้

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อศึกษาให้เข้าใจถึงแนวทางการปฏิบัติเพื่อขอให้มีการพิจารณาคดียาเสพติดใหม่ ในกรณีที่ผู้เสพยาเสพติดที่ไม่ได้เจตนาเป็นผู้ค้าแต่ได้รับโทษในฐานะเป็นผู้ค้าด้วยเหตุผลที่มียาเสพติดในครอบครองเกิดกำหนด
  2. เพื่อศึกษาและประมาณการจำนวนผู้ต้องโทษที่มีโอกาสได้รับโอกาสการพิจารณาคดีใหม่นี้
  3. เพื่อศึกษาต้นทุนทรัพยากรในมิติต่างๆที่ต้องจัดเตรียมในการจะเร่งรัดให้มีการดำเนินการตามพรบ.ยาเสพติดให้โทษฉบับแก้ไขนี้
  4. เพื่อจัดทำแนวปฏิบัติของผู้เกี่ยวข้องฝ่ายต่างๆในการดำเนินการเพื่อให้เกิดการพิจารณาคดีใหม่ตาม พรบ.ยาเสพติดฉบับแก้ไขนี้
  5. เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อเร่งรัดการดำเนินการให้เกิดการพิจารณาคดีใหม่ตามพรบ.ยาเสพติดฉบับแก้ไขนี้ให้แก่ฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง

staffmail

gotoknowlogothmappolicy bannerclinicmapnosmokenetworkeco analyinfogra bannerElearningBanner